All posts filed under: Master plan

Checklist of personal qualities and skills for fashion design career path

Ambition Artistic 2D skills Artistic 3D skills Assertiveness = states point of view clearly, stands by beliefs Business acumen = numerate, able to spot opportunities, aware of costs/benefits, logical Charm Colour sense Commitment = prepared to go to the extra mile, works hard, open to learning Communication Skills Competitiveness Confidence Conscientiousness Creativity Curiosity Decisiveness Efficiency Energy Flair = makes hardwork seems effortless, good grooming, chic Flexibility Health Humility = The ability to ask for help, admit weakness, know limitations Humour Imagination Independence Initiative = starts things and solves problems by doing- not thinking Languages Leadership Literacy Organizational skills Passion for fashion Patience Perception = a quick eye, graphic skills, troubleshooting and intellectual skills Practical skills Puntuality Resourcefulness Risk-taking = daring, forecasting and enterpreneurial skills Talent Team player Temperament = Friendly, even-tempered, calm Versatility Writing skills and the list goes on…

how to get an internship?

จาก tcdc connect ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเริ่มเข้าสู่ภาวะถดถอย ในประเทศไทยมีการคาดการณ์ถึงตัวเลขคนว่างงานร่วมล้านคนในปีพ.ศ. 2552 คนกลุ่มหนึ่งที่คงได้รับผลกระทบโดยตรงก็คือ นักศึกษาจบใหม่ซึ่งจะต้องเผชิญกับปัญหาในการหางานและอาจต้องว่างงานกันเป็นปีๆ สำหรับเด็กที่ครอบครัวพอมีฐานะ การเริ่มประกอบธุรกิจเล็กๆ ของตัวเองคงจะเป็นทางออกหนึ่ง แต่สำหรับเด็กที่ไม่มีสายป่านจากพ่อแม่เลย การฝึกงานเพื่อเพิ่มทักษะและประสบการณ์ (เพื่อรอวันเศรษฐกิจพลิกฟื้น) ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ไม่แย่เกินไปนัก 10 ขั้นตอนต่อไปนี้คือ แนวปฏิบัติพื้นฐานที่ใช้ในการขอฝึกงานและการหางานในตำแหน่งแรกเข้า หา-เก็บข้อมูล 1. ลองหาข้อมูลแล้วตัดสินใจดูว่าคุณอยากร่วมงานกับบริษัทหรือหน่วยงานไหน โดยอาจค้นคว้าจากสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ นิตยสาร อินเตอร์เน็ต หรือถามจากเพื่อน รุ่นพี่ หรืออาจารย์ 2. จดรายชื่อบริษัทหรือหน่วยงานที่อยากเข้าฝึกงานหรือทำงานไว้อย่างน้อย 10แห่ง โดยเรียงลำดับตามความต้องการของคุณเอง เกณฑ์การเรียงลำดับก็แล้วแต่ความพอใจของคุณว่าคุณจะเลือกบริษัทหรือหน่วยงานที่มีผลงานที่คุณชื่นชอบ ตามชื่อเสียงของบริษัท ตามความใกล้-ไกลจากที่พักอาศัยของคุณ ฯลฯ 3. ค้นคว้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทหรือหน่วยงาน 10 แห่งนั้นจากสื่อต่างๆ (ตามข้อ 1) ติดต่อ 4. เขียนจดหมายแนะนำตัวเอง โดยระบุรายละเอียดที่น่าสนใจต่างๆ เกี่ยวกับตัวคุณ อาทิ คุณเป็นใคร จบการศึกษาจากที่ไหน มีคุณสมบัติหรือความสามารถด้านใด มีวัตถุประสงค์อะไรในการติดต่อครั้งนี้ เช่น ต้องการขอฝึกงาน ในแผนกใด ต้องการเรียนรู้และเพิ่มพูนประสบการณ์ด้านใด เป็นต้น โดยต้องระบุวิธีติดต่อกลับให้ชัดเจนด้วย 5. แนบตัวอย่างผลงานของคุณไปด้วย อาจถ่ายเป็นรูปสี สไลด์ หรือสิ่งตีพิมพ์ที่แสดงให้เห็นถึงผลงานสร้างสรรค์ของคุณ หรือหากคุณมีความสามารถพิเศษเพิ่มเติมที่ต้องการเน้น เช่น ด้านคอมพิวเตอร์ การทำโมเดล ฯลฯ ก็อย่าลืมเน้นย้ำไปด้วย โดยอาจแนบตัวอย่างไป 5-6 รูป 6. แนบประวัติส่วนตัว (CV, resume) ที่มีขนาดความยาว 1 หน้ากระดาษ A4 7. อย่าเสียเวลาจนเกินเหตุกับการออกแบบที่มากเกินความจำเป็น เช่น หัวจดหมาย กระดาษจดหมาย ซองจดหมาย ฯลฯ ให้เน้นที่เนื้อความที่ชัดเจน ตรงวัตถุประสงค์ และอย่าลืมแนบรูปผลงานตามข้อ 5 ไปด้วย 8. โทรศัพท์ ส่งแฟกซ์ หรือส่งอีเมล์ เพื่อขอชื่อผู้ที่คุณจะติดต่อด้วยในบริษัทหรือหน่วยงานนั้น อย่างไรก็ตาม หากทางบริษัทแจ้งว่ายังไม่ประสงค์จะเปิดรับตำแหน่งงานใดๆ ก็ให้ขอชื่อผู้ที่ติดต่อมาไว้เป็นข้อมูล ติดตามผล 9. หลังจากกระบวนการติดต่อผ่านไปประมาณ 1สัปดาห์แล้วให้เริ่มติดตามผลจากคนที่คุณติดต่อด้วย โดยตรวจสอบให้แน่ใจว่า ทางบริษัทได้รับจดหมายของคุณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอาจสอบถามว่าเขาต้องการดูตัวอย่างงานเพิ่มเติมหรือไม่ หากคุณเตรียมตัวตอบคำถามไว้ด้วยก็จะดี เผื่อว่าทางบริษัทมีคำถามเพิ่มเติมหรือต้องการนัดสัมภาษณ์ เป็นต้น และหากคุณต้องเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อการสัมภาษณ์ ถ้าสามารถนัดได้มากกว่า 1 บริษัทในระยะเวลาใกล้เคียงกันก็จะช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้มาก 10. ให้กระทำตามข้อ 9 อยู่เรื่อยๆ(เฉลี่ยทุกๆ 2 สัปดาห์)จนกระทั่งคุณได้เข้ารับการสัมภาษณ์หรือได้รับคำตอบที่แน่นอน รวมทั้งพยายามทำพอร์ตโฟลิโอเพิ่มเติม  เพื่อส่งให้ทางบริษัทดูด้วย ข้อมูลและภาพจาก: http://www.core77.com/ http://www.flashattractions.com/ http://www.graphic-design-blog.com/