All posts tagged: Design

Naotospace

Naoto Space : 15 Things I learned from Naoto Fukasawa

“การออกแบบรูปร่างคือการให้รูปทรงกับคุณค่าที่ผู้คนมีร่วมกัน และปรารถนาจะก่อให้เกิดความเข้าใจแม้ปราศจากคำอธิบายทางวาจา” เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปร่วมฟังงานสัมมนาชื่อว่า Naoto Space ที่จัดโดย AP ว่าด้วยปรัชญาการออกแบบวิถีญี่ปุ่นตามวิธีคิดของ Naoto Fukasawa นักออกแบบชั้นนำผู้มีผลงานหลากหลาย ที่คนไทยรู้จักกันดีก็คือเฟอร์นิเจอร์ของ Muji , เครื่องเล่นซีดี และนาฬิกาข้อมือ Twelve ของ Issey Miyake ที่นักเรียนดีไซน์จำนวนมากต่างจับจองเป็นเจ้าของ แนวคิดและการแสดงออกของเขาในการเข้าถึงแก่นสารและคุณค่าแท้จริงของสิ่งต่างๆผ่านการออกแบบนั้นเดินทางข้ามผ่านพรมแดนและอาณาเขตมากมาย และความคิดของเขาก็ได้รับการยอมรับและเคารพในระดับสากล แนวคิดที่ว่าด้วยเรื่องของการค้นหาคำใบ้ที่ซ่อนตัวอยู่ในพฤติกรรมอันเป็นจิตใต้สำนึกของมนุษย์ ซึ่งเขาให้คำจำกัดความว่า “Without Thought” หรือ “การไม่ต้องคิด” เป็นที่รู้จักแพร่หลาย รวมไปถึงเวิร์คช็อปในชื่อเดียวกันที่มีเขาเป็นผู้กำกับดูแลและมีจุดมุ่งหมายคือการแบ่งปันความคิดของเขากับผู้อื่น ในที่นี้เราสรุป 15 ไอเดียที่น่าสนใจมาแชร์ความรู้กันค่ะ Last Thursday I went to the Naoto Space, a talk by Japanese designer Naoto Fukasawa at Bangkok Arts and Cultural Centre. There were so many information and interesting design concepts that I learnt from him, and want to compile my thoughts and share with you. Some of you may own his work, without knowing that this guy is the designer behind. Issey Miyake TWELVE watches (which sells very well here in Thailand), Muji cd-player, Maruni chair, are some of his well-known designs. And he designs a lot of products and furnitures for Muji, too, including the bed and rice-cooker. Fukasawa ร่วมงานกับบริษัทและแบรนด์ชั้นนำระดับโลกนับไม่ถ้วนจากหลากหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมัน สวิสเซอร์แลนด์ สเปน กลุ่มประเทศแสกนดิเนเวีย และประเทศในแถบเอเชีย ในปี 2003 เขาก่อตั้ง Naoto Fukasawa Design (NFD) ในขณะที่ยังทำงานร่วมกันแบรนด์และบริษัทชั้นนำต่างๆอยู่ เรียกได้ว่าเขาเป็นที่ปรึกษาให้บริษัททั้งในและนอกญี่ปุ่นในเวลาเดียวกัน Fukasawa มักจัดเวิร์คช็อปที่มีพื้นฐานมาจากแนวคิดของเขาที่ว่าด้วยเรื่องของการตีความจิตใต้สำนึกของมนุษย์ให้ออกมาเป็นงานออกแบบ อันเป็นสิ่งที่สามารถอธิบายได้ดีที่สุดผ่านคำว่า “Without Thought” ปรัชญาการออกแบบของเขาอันมีชื่อเสียง ตัวเขาเองได้รับรางวัลจากหลากหลายสถาบันการออกแบบ ในสหรัฐอเมริกา เยอรมณี อังกฤษ และ ญี่ปุ่น เขาได้ก่อตั้ง Super Normal ร่วมกันนักออกแบบชื่อดัง Jasper Morrison ในปี 2006 ก่อนที่จะได้รับตำแหน่ง Honorable Royal Designer for Industry จาก Royal …

P1130647-Recovered copy

July Afternoons : Greens, woods, and paper dreams.

It was not a sunny saturday. Afternoon turned into morning and Bangkok seems a little bit more pleasant to enjoy walking around with the cloudy sky. I guessed it’s the perfect time to visit another freshly-opened, pretty little shop ‘mink’s’.  so I took my camera, brought myself out of the bed, and then I found myself in the creative area of Ekamai soi 10, just next to the Blue Doors.. Mink’s store is founded by Khun Mink and Khun Bert, the lovely couple who have been made lovely tiny things with their heart. Every pieces of wood are crafted, some turn into little creatures, some turn into big furnitures. They started the brand from online store in facebook and now expanded the love into this dream store. Not only selling lifestyle goods and furnitures, They also stock polaroid cameras, films, rare CDs from Japan and Singapore, Japanese photographer’s photo book, and vinyls from Mono to Sonic Youth! K. Mink also share her great music taste through the sound served in the store, alongside the coffee …

Screen Shot 2555-11-19 at 3.27.21 AM

When Business meets Design – COTTO Creativities Unfold 2012

ตามปกติแล้วคงไม่ค่อยเห็นการพูดถึงการตลาดและธุรกิจต่างๆใน Vanillawalk สักเท่าไรนักใช่ไหมคะ แต่ถ้าเป็นเรื่อง Design x Business แล้วก็ถือว่าเป็นสิ่งที่นักออกแบบทุกคนควรเรียนรู้ไว้ เนื่องจากหากพูดถึงการทำธุรกิจในสมัยนี้ เห็นทีจะขาดเรื่องของดีไซน์ไปไม่ได้เสียแล้ว  เนื่องจากในปัจจุบันผู้บริโภคยุคใหม่ล้วนมองหาสินค้าที่มีดีไซน์ในราคาที่สมเหตุสมผล การผสาน “ดีไซน์” และ “ธุรกิจ” เข้าด้วยกันจึงนับเป็นสิ่งจำเป็นในการทำธุรกิจยุคใหม่แน่นอน แต่ทั้งสองอย่างที่ต่างกันคนละขั้วนั้น ใช่ว่าจะอยู่ด้วยกันไม่ได้เสมอไป บางครั้งการหยิบเอาสองอย่างที่ต่างกันคนละขั้วมารวมเข้าด้วยกันนี่ล่ะที่ทำให้เกิดผลงานสร้างสรรค์อันสมบูรณ์แบบ ที่ทั้งสวยงามและขายได้นั่นเอง วันนี้ขอเขียนถึงย้อนหลังถึงงาน Creativities Unfold 2012 ที่จัดโดยศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ไปเมื่อช่วงเดือนกันยาที่ผ่านมานะคะ (โพสท์นี้จะเป็นเรื่องของการตลาด,การสร้างแบรนด์ ด้วยการออกแบบซะเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจติดตามสำหรับคนที่อยากสร้างแบรนด์ของตัวเอง อาจมีคำศัพท์ Marketing  เยอะหน่อยขออภัยมา ณ ที่นี้ค่ะ) ในปีนี้ อุ้งได้มีโอกาสรับเชิญเข้าฟังบรรยายในส่วน International Symposium ที่มีนักออกแบบระดับโลกมาร่วมแชร์ผลงานและประสบการณ์กันมากมายไม่ว่าจะเป็น Dieter Rams, Carlo Ratti หรือ Birgit Mager แต่ที่น่าสนใจก็คือ มีคนไทยได้เข้าไปบรรยายร่วมกับสุดยอดนักออกแบบต่างชาติเหล่านั้นด้วยค่ะ บุคคลผู้นั้นคือคุณอนุวัตร เฉลิมไชย แบรนด์ไดเร็คเตอร์ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างแบรนด์ COTTO แห่ง SCG ให้เป็นที่ยอมรับและเป็นที่รู้จักในตลาดโลก การบรรยายครั้งนี้ คุณอนุวัตรได้กล่าวถึงวิธีการผนวกดีไซน์เข้ากับธุรกิจซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องคนละขั้ว แต่หากนำมาผสมผสานกันอย่างลงตัวแล้วย่อมทำให้เกิดผลสำเร็จที่ตามมาได้อย่างแน่นอน คุณอนุวัตร เฉลิมไชย ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างแบรนด์ COTTO ไปไกลสู่เวทีโลก อย่างที่กล่าวไปตอนต้น หากสังเกตแนวโน้มธุรกิจในปัจจุบัน ธุรกิจทั้งหลายตอนนี้ดูจะหันเข้าหาวงการดีไซน์มากขึ้นใช่ไหมคะ แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาก็คือปัญหาในเรื่องประสิทธิภาพในการทำงานระหว่างนักธุรกิจและดีไซเนอร์ เพราะแนวคิดของนักธุรกิจและดีไซเนอร์นั้นดูไม่น่าจะไปด้วยกันได้เท่าไรนัก ทั้งนี้จากมุมมองของนักเรียนออกแบบอย่างเราๆแล้ว การคุยกับนักธุรกิจหรือผู้ประกอบการนั้นไม่ง่าย หากโชคร้ายก็คือยากอย่างยิ่ง เพราะส่วนใหญ่จะประสบพบเจอแต่นักธุรกิจที่มีหัวด้านการเงินแต่ไม่เก็ทเรื่องของดีไซน์เอาซะเลย ซึ่งแน่นอนนักออกแบบล้วนต้องการสร้างสรรค์ผลงานตามสไตล์ของตนเองอย่างอิสระ แต่นักธุรกิจมักไม่ชอบสินค้าดีไซน์จ๋าเหล่านั้นเนื่องจากมักจะขายไม่ค่อยดี (โดยเฉพาะในตลาดประเทศไทยที่มีผู้บริโภคงานดีไซน์มารองรับน้อยเหลือเกิน) ดังนั้นจึงเกิดปัญหาว่าทำอย่างไรให้สินค้าที่ออกแบบมานั้น ดูมีดีไซน์และยังขายดีได้    ปัญหาเหล่านี้นั้นคุณอนุวัตรคนนี้ได้ให้คำแนะนำไว้ในการบรรยายบนเวที Creativities Unfold 2012 ครั้งนี้ว่า การทำเช่นนั้นได้ไม่ง่ายนัก แต่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้  กรณีศึกษาก็ดูได้จากความสำเร็จของ COTTO ที่พัฒนาปรับโฉมตนเองจากแบรนด์ระดับ mass ธรรมดาจนกลายเป็นแบรนด์กระเบื้องที่มีดีไซน์และเทคโนโลยีโดดเด่นอันดับต้นๆในเมืองไทย ด้วยการสร้างนวัตกรรมใหม่ตามแบบฉบับของตนเองทั้งสองด้าน โดยด้านดีไซน์ ได้มุ่งเปลี่ยนแบรนด์ให้กลายเป็น trendsetter โดยหันไปนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ถูกใจผู้บริโภคโดยการสร้างเทรนด์ขึ้นมาเองแทนที่จะวิ่งตามผู้บริโภค ผ่านทีม trend-decoders ที่จะศึกษาแนวโน้มจากเทรนด์โลกต่างๆ (คล้ายๆกับโปรเจคท์สร้างหนังสือเทรนด์แฟชั่นที่เคยเรียนในคลาส fashion merchandising ที่เคยนำเสนอไปในโพสท์ล่างๆ) และนำมาวิเคราะห์รวบรวมออกมาเป็นเทรนด์หลักที่ทางแบรนด์จะใช้เป็นแนวทางในการออกแบบผลิตภัณฑ์นั่นเอง ในด้านเทคโนโลยี COTTO ก็มีการปรับเปลี่ยนพัฒนาลูกเล่นในด้านวัสดุ, use & function และคำนึงถึงเรื่อง Eco design มากขึ้น ทั้งหมดนี้ล้วนปรับ COTTO ให้กลายเป็นแบรนด์โฉมใหม่ไฉไลระดับแนวหน้าของประเทศไทย และถึงกับเป็นแบรนด์ไทยแบรนด์เดียวในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง ที่ได้บินไปแสดงในงาน Milan Design Week 2012 ที่ผ่านมาด้วยค่ะ เมื่อถูกถามถึงเป้าหมายต่อไปของแบรนด์ คุณอนุวัตรตอบว่าเป้าหมายของ COTTO คือการเป็นผู้ผลิตที่รับผิดชอบทั้งต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม โดยกำลังพัฒนาในเรื่องของ Eco design ให้เกิดประสิทธิผลมากขึ้น โดยสุดท้ายก่อนจะจบการบรรยายยังได้มอบแรงบันดาลใจให้กับผู้รวมฟังบรรยายทุกท่านด้วยการเน้นย้ำให้ทุกคนเริ่มต้นจากไอเดีย และการตั้งสิ่งที่เราถนัดไว้เป็นแกนหลักของการทำงาน เดี๋ยวโอกาสและเงินก็จะตามมาเอง (อันนี้เห็นด้วยมากๆค่ะ) คุณไชยยง รัตนอังกูร (ซ้าย) ประธานอนุกรรมการ TCDC และบรรณาธิการนิตยสารWallpaper ประเทศไทย, คุณอนุวัตร เฉลิมชัย , และคุณอภิสิทธิ์ ไล่ศัตรูไกล (ขวา) ผู้อำนวยการ TCDC และเนื่องจากภายหลังการบรรยายได้มีโอกาสเข้าไปฟังสัมภาษณ์ของคุณอนุวัตร จึงนำบางส่วนของคำถาม-คำตอบมาฝากค่ะ Q: เมืองไหนที่คุณอนุวัตรมองว่าเป็นเหมือนจุดศูนย์กลางแห่งความคิดสร้างสรรค์ ในแง่ของแฟชั่นและไลฟ์สไตล์? A: หากเป็นยุโรปก็ต้องเป็นมิลาน อย่างไรก็ตามแต่ละพื้นที่ก็มีลีดเดอร์ของตัวเองอยู่แล้ว เช่น ในเอเชียก็คือโตเกียว ส่วนนิวยอร์คนั้นแน่นอนเป็นตัวแทนของอเมริกา ส่วนกรุงเทพมหานครก็สร้างสรรค์ แต่อาจจะเป็นในแง่ของการผสมผสานความเป็นไทยเข้ากับความคิดสร้างสรรค์นั่นเอง Q: ผลิตภัณฑ์ของ COTTO ให้ค่าน้ำหนักความสำคัญของดีไซน์กับเทคโนโลยีอย่างไรบ้าง? A: 70% design + 30% technology โดยมองเหมือนเป็น …