Fashion design
Comments 2

Thesis Collection ‘In Remembrance Of’ : Research Presentation (2/5)

5152

“As things come and go, they show signs of their coming or going
and these signs are considered to be beautiful.
In this, beauty is an altered state of consciousness and can be seen in the mundane and simple object.”

ในยุคปัจจุบันมีการถ่ายทอดวัฒนธรรมระหว่างตะวันตกและตะวันออกมากขึ้น ประกอบกับการเกิดปรากฏการณ์บูรพาภิวัฒน์ (Asia’s Rise) เป็นผลให้คนเมืองส่วนใหญ่ที่เดิมมีวิถีชีวิตอย่างเร่งรีบภายใต้ค่านิยมแบบตะวันตก เริ่มหันกลับมาสนใจวิถีตะวันออกมากขึ้น โดยเฉพาะปรัชญาเซน ผู้วิจัยเล็งเห็นช่องว่างทางการตลาดของตราสินค้าเสื้อผ้าในประเทศไทย โดยเฉพาะตลาดสำหรับกลุ่มวัยเริ่มต้นทำงาน จากการวิจัยพบว่ามีกลุ่มผู้บริโภคคนเมืองที่ต้องการเครื่องแต่งกายรูปแบบที่ดูเรียบง่าย เป็นธรรมชาติ แต่แฝงด้วยความคิดสร้างสรรค์และเหมาะสมกับวิถีชีวิต แต่ตราสินค้าในตลาดของไทยปัจจุบันไม่ตอบสนองความต้องการเท่าที่ควร ดังนั้นงานวิจัยฉบับนี้ ผู้วิจัยได้ศึกษาและวิเคราะห์แนวความคิดทางสุนทรียศาสตร์ของชนชาติญี่ปุ่น ที่ปรากฏภายในปรัชญาเซนผ่านศิลปะรูปแบบต่างๆ โดยมีขอบเขตเฉพาะในแง่มุมที่เกี่ยวข้องกับหลักคำสอนของนิกายเซนในเรื่องของสัจจะของธรรมชาติ ได้แก่ความเรียบง่าย ความไม่สมบูรณ์ ความไม่เที่ยงแท้ถาวรของสรรพสิ่ง และการเสื่อมสลาย เพื่อนำมาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการสร้างตราสินค้าและออกแบบเครื่องแต่งกาย เท่านั้น  โดยบุคลิกภาพของตราสินค้า คือการผสมลักษณะตรงข้ามให้กลมกลืนกัน ได้แก่ Modern-Rustic, Minimal-Maximal, Strong-vulnerable, Imperfect-perfect เพื่อสื่อให้เห็นถึงความไม่สัมบูรณ์ของสรรพสิ่ง ตามแนวคิดปรัชญาเซนและวะบิ-ซะบิ ทั้งนี้ คอลเลคชั่นอันเป็นผลลัพธ์ของงานวิจัย ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก สิ่งที่ผู้วิจัยได้เรียนรู้จากการชมภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่อง Departures  นั่นคือการเรียนรู้ธรรมดาของชีวิตผ่านความตายและการค้นพบความงดงามในความตายของตัวเอกในเรื่องนั่นเอง

“The Graceful Death”

ผู้วิจัยต้องการสื่อเรื่องราวที่แฝงไว้ด้วยปรัชญาเซนผ่านคอลเลกชั่นเสื้อผ้า โดยนำเสนอแง่มุมที่งดงามหลังความตาย จากชุดแรกถึงชุดสุดท้ายแสดงให้เห็นความงามระหว่างแต่ละชั่วขณะชีวิตที่เปลี่ยนผ่าน สู่ความตาย-ความทรงจำ-ความผูกพัน ของบุคคลอันเป็นที่รักที่จากไป เมื่อก้าวข้ามความเสียใจไปแล้วจะพบว่าผู้ที่จากไปได้ทิ้งความงามอะไรไว้ให้ผู้ที่ยังอยู่ เนื่องจากเรื่องราวของภาพยนตร์ชี้ให้เห็นมุมมองที่ว่า ความตายอาจไม่ใช่จุดจบหรือสิ้นหวังเสมอไป แต่เป็นประตูแห่งการเดินทางไปสู่ที่แห่งใหม่ ทำให้เกิดความหวังที่จะได้พบกันอีกครั้ง โดยผู้ที่จากไปจะยังคงสวยงามอยู่ภายในความทรงจำ ของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ในทุกครั้งที่นึกถึง

โครงร่างเงา มีทั้งหลวมผสมเข้ารูป /ทรงเรขาคณิตผสมธรรมชาติ / สมดุลแบบอสมมาตร / โครงร่างที่มาจากเสื้อผ้าเบสิคและโครงเสื้อผ้าจากวัฒนธรรมญี่ปุ่น เช่น กิโมโน , รายละเอียดพื้นผิวแฝงอยู่ในชุดอย่างไม่โจ่งแจ้ง ใช้การตัดกันของพื้นผิว-น้ำหนักตรงข้าม, การทดลองสร้างพื้นผิววัสดุใหม่ๆ และ  รายละเอียดการพับ ผูก ส่วนของเสื้อผ้า ที่มาจากพิธีกรรมในภาพยนตร์ , วัสดุและผ้า ใช้ผ้าขนสัตว์ (Felt/Wool), ผ้าฝ้าย (Cotton), ผ้าลินิน (Linen), ฝ้ายลินิน (Cotton Linen),ผ้าลายเนื้อไม้ (Wood-Grain) เป็นต้น โดยองค์ประกอบทั้งหมด เป็นการเล่าเรื่อง ที่แสดงถึงมุมมองในแง่บวกของสิ่งที่ถูกมองเป็นแง่ลบ อันมาจากปรัชญาเซน ที่สอนให้ยอมรับในด้านบวกของความไม่เที่ยงแท้ของชีวิต และเรื่องราวของภาพยนตร์ที่จากโศกเศร้าก็ค่อยๆเผยให้เห็นด้านที่ลึกซึ้งและงดงามในความตายนั่นเอง

Graphic Design, Sketch, Photography & Words : Courtesy of Kamonnart Ongwandee

2 Comments

  1. BRAVO ka N’ Kamonnart. I really love what you do/did/done 🙂 The collection is PERFECT, and behind their beauty are lot of hard work. Congratulations na ka. I’m looking forward to see your collection at TCDC. If I’m not right, the exhibition is still,isn’t it?

share your thoughts here

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s