Influences, London
Leave a Comment

Yellowbluepink : Diving into the unknown with Ann Veronica Janssens

Typeface design by Studio Hato

 

 

‘Nothing is more beautiful than a person’s own perception. I try to push it to its limits.’

 

It was Saturday morning, windy and cold as yesterday was the first day of real winter here in London. The freezing breeze flew through the city and I decided to go out somewhere before the  weather hits me mentally. As the fog covers the outside, I wanted to go to somewhere that would cover me with the same feeling inside as well – except that it’s not cold.

So we ended up at Yellowbluepink ,  the new installation by the Brussels-based artist Ann Veronica Janssens. Filling the upstairs gallery of Wellcome Collection with a dense mist, brightly lit in various hues throughout the space, the artist experiments with human perception through light and colour. “To step inside the space is to leave the regular world behind, and to encounter a space in which all experience of surface, depth, even time is obscured by a curtain of colour made physical,” says curator Emily Sargent. Queuing for an hour is possibly alright when you expect the experience would worth it.

 

 

Suddenly after entering the gallery, we found ourselves disorientated being enveloped in a multi-coloured mist. We were quickly lost amongst this seemingly solid mist whilst trying to search for the true limits of the gallery walls. Boundaries between consciousness and subconsciousness began to dissolve as we started to play with it, exploring distance, form, and even smell – which is unscented and dry.  ‘Consciousness’ , the state we think we all know is questioned directly when our very process of perception is disabled and twisted, challenging our habitual ways of experiencing the world. How we see and be in the mist has created a new multi-sensory perception with the trippy power of illusion.

Almost like temporary blindness, the mist intensely disrupted your vision. As we can see only within no more than 2 metres, we walked right into each other through the mist like atoms in the molecule. I often found myself searching for any detail of surface or depth in the space, which is found only slightly when looking up in the lighting and bumping into the surrounding walls. It’s a strange experience when you can’t see people but their voice can be heard around.  Watching figures drifting in and out of your sight , fading into a mist and disappear, could be a bit haunting especially if visiting alone.

Supposedly, understanding the conscious content around us is all down to the brain’s ‘best guess’ of the sensory signals we receive. It’s interesting how our brains can trick us. Sometimes we don’t see things, or we only see parts of things, but we strongly believe and see it’s there.

I am not sure whether all individuals would get the same experience when visiting. But more than anything, It is a calm, tranquil space does not translate well through photography. It is a matter of focusing on our sensation that allows us to be present, healing us with its sweet and serene effect.

 

 

 

เมื่อวานได้มีโอกาสไปดูงานศิลปะของ Ann Veronica Janssens ศิลปินผู้ที่มักใช้แสงและสีเป็นวัตถุดิบในการสร้างสรรค์งาน โดยครั้งนี้ Ann ได้ใช้ห้องนิทรรศการชั้นสองของ Wellcome Collection สร้างงาน Installation ชื่อว่า  Yellowbluepink เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ States of Mind : Tracing the Edge of Consciousness นิทรรศการใหญ่ที่มุ่งศึกษาความหมายและขอบเขตของภาวะจิตรับรู้ของมนุษย์ ซึ่งจะเริ่มขึ้นในปี 2016 นี้

ในงานชิ้นนี้ ศิลปินได้เปลี่ยนห้องแกลเลอรี่อันว่างเปล่าให้กลายเป็นสเปซที่มีหมอกสีหนาแน่น ปิดกั้นการมองเห็น ทำให้สภาวะรับรู้ทางพื้นที่ของเราเปลี่ยนไป เราไปต่อคิวเพื่อชมนิทรรศการกัน 1 ชม. คนเยอะมากเพราะเป็นวันเสาร์ แต่ก็ด้วยเพราะศิลปินต้องการจำกัดจำนวนผู้เข้าชมในแต่ละครั้งเพื่อให้ได้ลิ้มรสประสบการณ์อย่างที่ต้องการจะสื่อให้ได้มากที่สุด  ก่อนเข้ามาเจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าเราห้ามวางอะไรบนพื้นเด็ดขาดเพราะจะหาไม่เจออีกเลย ตอนแรกก็แปลกใจ แต่ก็หายสงสัยเพราะตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไป เราก็ถูกห่อหุ้มด้วยหมอกสีที่บดบังทัศนียภาพรอบๆตัวเกือบทั้งหมด จะเห็นก็เพียงระยะใกล้ไม่เกินเมตรครึ่ง มันเป็นความรู้สึกแปลกที่เราไม่สามารถรับรู้ว่าพื้นที่ๆยืนอยู่นั้นมีความกว้าง ยาว แค่ไหน มีแค่หลอดไฟบนเพดานที่เลือนลางที่ทำให้พอรู้สัดส่วนความสูงของพื้นที่ได้

เราคลำทางเลียบผนังเพื่อเดินไปเรื่อยๆโดยตั้งใจจะเดินให้ครบรอบห้อง และไม่กล้าเดินไปตรงกลางเพราะกลัวหาทางออกไม่เจอ ณ เวลานั้น ประสาทรับรู้ทางการมองเห็นเหมือนถูกบดบัง ทำให้ไม่รู้ระยะใกล้ ไกล ด้วยความที่ห้องไม่ได้เป็นพื้นที่สี่เหลี่ยม จึงยากที่จะคาดเดา กำแพงที่อยู่ใกล้เรากลับมองไม่เห็น แต่เมื่อยื่นมือออกไปในอากาศก็พบว่า มันอยู่ใกล้แค่นี้เอง ในสภาวะนั้น ขอบเขตระหว่างจิตรับรู้ และจิตใต้สำนึกเริ่มค่อยๆทลายลง ทั้งๆที่ตื่นและรู้สึกทุกๆอย่างอยู่กลับเหมือนว่ากำลังเข้าสู่ Mind trip ใต้สำนึกลงไป  เมื่อตามองไม่เห็นจึงเริ่มใช้สัมผัสเป็นตัวนำทาง เมื่อลองสูดกลิ่นดูก็พบว่าหมอกนี้ไม่มีกลิ่นและไม่ชื้น เสียงที่ได้ยินก็เริ่มประหลาดเพราะทำให้เรารู้ว่ามีคนอื่นๆอยู่รอบๆทั้งๆที่มองไม่เห็นใคร และถ้าลองเริ่มเดินไปตรงกลางห้องคนเดียวก็เกิดความรู้สึกหลอนนิดๆเหมือนกัน เพราะอยู่ดีๆก็จะมีอะไรซักอย่างโผล่ออกมาจากม่านควันนั้น เราเริ่มที่จะปล่อยใจไปกับมันและโฟกัสอยู่ที่ประสาทสัมผัสเท่านั้น

ในสภาวะตาบอดชั่วคราวราวกับช่วงกึ่งหลับกึ่งตื่นนี้ เราพบว่าตัวเองสัมผัสสิ่งแวดล้อม เช่นกำแพง ผนัง อย่างรับรู้ใส่ใจมากขึ้น ให้ความสำคัญกับพื้นที่มากขึ้นเพียงเพราะเราไม่เห็นมัน เราเริ่มตั้งคำถามว่าภาวะจิตรับรู้ ที่เราทุกคนคิดว่ารู้จักมันดีและใช้มันอย่างไม่เห็นคุณค่านั้นสำคัญเพียงใด ต่อไปเราจะเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นได้หรือไม่ เพราะในพื้นที่น้น สิ่งที่สมองเชื่อว่าไม่มี (เพราะตามองไม่เห็น) แต่จริงๆแล้วมีอยู่ ทำให้เราเดินชนผนังหรือเดินชนกัน ราวกับเป็นอะตอมที่วนเวียนในโมเลกุล 

เป็นไปได้ว่า สมองรับรู้ในสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเราด้วยความสามารถของการ”เดา” ในสิ่งที่เป็นไปได้มากที่สุด ผ่านประสาทสัมผัสทั้งหมดที่เราได้รับ ในสภาวะปกติเราอาจแทบไม่ต้องเดา เพราะเมื่อมืดก็เปิดไฟ ไม่มีตอนไหนที่เรามองไม่เห็นอะไรอีกแล้ว งานนี้ตั้งคำถามวิธีการรับรู้ของเราที่มีต่อสิ่งแวดล้อมภายนอก ที่เรามักลืมมัน ความสามารถในการมองเห็น ได้กลิ่น สัมผัส การรู้ว่าพื้นที่ที่เราอยู่เป็นแบบไหน มีรูปร่างและระยะทางเท่าใด กลายเป็นเรื่องที่สำคัญขึ้นมาอีกครั้ง

น่าสนใจที่สมองสามารถ trick เราได้ เช่นเวลาที่เรามองไม่เห็นบางอย่าง แต่ที่ว่างนั้นกลับทำให้เราเห็นว่ามีมันอยู่ แล้วเราก็ปักใจเชื่อมัน เช่นภาพด้านล่างนี้ ซึ่งมีอยู่ใน application ที่ให้คนได้ศึกษาภาวะลวงตาของสมอง ระหว่างรอคิวเข้าไปในห้องแสดงงาน

Illustion Contour : Kanizsa’s Triangle : These spatially separate fragments give the impression a bright white triangle, defined by a sharp illusory contour, occluding three black circles and a black-outlined triangle.

ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทุกคนที่เข้าไปจะได้รับรู้ความรู้สึกคล้ายๆกันหรือเปล่า แน่นอนว่ามันอาจแตกต่างกันไป แต่อย่างน้อยพื้นที่แห่งนั้นก็เป็นพื้นที่ที่เราได้ก้าวออกจากโลกที่เราอยู่และรับรู้มันอย่างเคยชิน เข้าไปยังโลกเสมือนรอยต่อระหว่างความจริงกับความฝัน หรือพื้นที่ที่ขอบเขตระหว่างจิตสำนึกและจิตใต้สำนึกนั้นช่างเลือนลาง

 

 

 

To sum up, this installation questions the way we interact with our external environment, which we always take for granted. The ability to see, smell, touch , having the sense of direction and knowing what kind of space you’re in – its depth, scale, and surface – has all become significant again.

 

 


 

Yellowbluepink is part of States of Mind: Tracing the edge of Consciousness,
a year-long programme of exhibitions exploring the nature of human consciousness.
Yellowbluepink runs from 15 October 2015 – 3 January 2016.
States of Mind runs from 4 February to 16 October 2016. 

wellcomecollection.co.uk

share your thoughts here

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s